top of page

ขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูลการจดทะเบียนกิจการในประเทศไทย

การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลของกิจการที่จดทะเบียนในประเทศไทย (ไม่ว่าจะเป็น บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ ผู้ประกอบการธุรกิจบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์) จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบภายในระยะเวลาที่กำหนด (ส่วนใหญ่ภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามกฎหมายทะเบียนธุรกิจ)เพื่อไม่ให้ขัดต่อข้อบังคับหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ด้านล่างนี้เป็นรายละเอียดขั้นตอน เอกสาร ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการโดยเฉลี่ย สำหรับการแก้ไขข้อมูลสำคัญแต่ละประเภทของทั้ง บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด, และ บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์ ตามลำดับ

บริษัทจำกัด (Limited Company)

สำหรับบริษัทจำกัด การเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญมักต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น (มติพิเศษ สามในสี่ ของคะแนนเสียงที่เข้าประชุม) ในกรณีที่เป็นการแก้ไขข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญของบริษัท เช่น ชื่อ วัตถุประสงค์ หรือทุนจดทะเบียน เป็นต้น​ หลังจากนั้นจึงยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 14 วัน พร้อมเอกสารประกอบและชำระค่าธรรมเนียมที่กำหนด เมื่อจดทะเบียนเรียบร้อย บริษัทจะได้รับหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับใหม่ที่แก้ไขข้อมูลแล้ว

เปลี่ยนชื่อบริษัท

ขั้นตอน: ต้องได้รับอนุมัติจากมติพิเศษของผู้ถือหุ้นในการแก้ไขชื่อบริษัท (แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1) โดยก่อนการประชุม ควรดำเนินการ ตรวจสอบและจองชื่อบริษัทใหม่ ให้เรียบร้อย (ผ่านระบบจองชื่อของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)​ จากนั้นจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อผ่านมติพิเศษเปลี่ยนชื่อ และยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันหลังมีมติพิเศษดังกล่าว

เอกสารที่ต้องใช้

  • แบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) พร้อมกรอกรายการแก้ไขชื่อใหม่
     

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด (ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ)
     

  • แบบ บอจ.4 (รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ) ระบุการแก้ไขชื่อบริษัท
     

  • ใบสำคัญแสดงการจองชื่อนิติบุคคล ที่ยังไม่หมดอายุ (หลักฐานการจองชื่อใหม่)​
     

  • รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งมีมติพิเศษให้เปลี่ยนชื่อ
     

  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัทฉบับปัจจุบัน และ สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ล่าสุด (เพื่อแสดงข้อมูลก่อนแก้ไข)
     

  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้ยื่นจดทะเบียน และ หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนแก้ไขชื่อบริษัท 500 บาท และค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรองนิติบุคคลรายการละ 40 บาท (หากขอเอกสารรับรองเพิ่มเติม เช่น ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนคิดฉบับละ 100 บาท และรับรองสำเนาเอกสารหน้าละ 50 บาท)​
    ระยะเวลาดำเนินการ: เมื่อยื่นคำขอพร้อมเอกสารถูกต้อง นายทะเบียนจะใช้เวลาพิจารณาและออกหนังสือรับรองฉบับใหม่โดยเร็ว – ปกติเสร็จสิ้นภายใน 1-3 วันทำการ (มักจะได้รับเอกสารภายในวันเดียวกันหรือวันถัดไปหลัง ยื่นเรื่อง)

เปลี่ยนกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม

ขั้นตอน: การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทหรือเปลี่ยนอำนาจลงนามของกรรมการ ให้ดำเนินการตามข้อบังคับบริษัท (เช่น จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกกรรมการใหม่หรือให้ออกตามความจำเป็น เว้นแต่กรณีที่ข้อบังคับให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งแทนที่ว่างได้) จากนั้นยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

เอกสารที่ต้องใช้

  • แบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (บอจ.1)

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด

  • แบบ บอจ.4 (รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม) ระบุการเปลี่ยนแปลงกรรมการ/อำนาจลงนาม

  • แบบ ก. รายละเอียดกรรมการ (กรณีมีกรรมการเข้าใหม่ ให้กรอกข้อมูลกรรมการใหม่)​
    dbd.go.th

  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการใหม่ทุกคน (กรณีแต่งตั้งกรรมการใหม่)

  • สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการที่ลงนามในคำขอจดทะเบียน (ผู้ยื่นคำขอ)

  • เอกสารรับรองการตาย (ใบมรณบัตร กรณีกรรมการถึงแก่กรรม) หรือ คำสั่งศาล (กรณีศาลสั่งปลดหรือแต่งตั้ง) ถ้ามี

  • หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ/อำนาจกรรมการ 500 บาท เช่นเดียวกับการแก้ไขข้อมูลอื่น ๆ ของบริษัท และค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง/สำเนาเอกสารเช่นเดียวกับข้างต้น​
    dbd.go.th
    ระยะเวลาดำเนินการ: โดยทั่วไปใช้เวลา ประมาณ 1 วันทำการ ในการอนุมัติและออกหนังสือรับรองหลังยื่นคำขอ (หากเอกสารถูกต้องครบถ้วน)
     

เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหญ่

ขั้นตอน: การย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

  • กรณีย้ายที่อยู่ภายในจังหวัดเดิม: กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีมติผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ จึงสามารถยื่นจดทะเบียนแก้ไขที่อยู่ได้เลย (ไม่ต้องอ้างมติประชุม)​ เพียงเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องและยื่นต่อนายทะเบียน

  • กรณีย้ายไปต่างจังหวัด: ต้องได้รับมติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 2 (จังหวัดที่ตั้งสำนักงานฯ) ก่อน จากนั้นจึงยื่นจดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงานใหญ่พร้อมกัน โดยการย้ายข้ามจังหวัดจะต้องแก้ไขทั้ง หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 2 และ ที่ตั้งสำนักงานในระบบทะเบียน ไปยังจังหวัดใหม่​

เอกสารที่ต้องใช้

  • แบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (บอจ.1)

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด

  • แบบ บอจ.4 (รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม) ระบุที่ตั้งสำนักงานใหญ่ใหม่ (และรายละเอียดมติ หากมี)

  • หลักฐานการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กรณีประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ ต้องมีใบอนุญาตให้ใช้สถานที่นั้นประกอบการ เช่น โรงงาน ฯลฯ หากเกี่ยวข้อง)​

  • แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่ใหม่ และสถานที่สำคัญใกล้เคียงอย่างชัดเจน​

  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้ลงนามคำขอ (และสำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ กรณีมีพยานลงลายมือชื่อ)​

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงาน 500 บาท (ต่อครั้งการยื่น) และค่าหนังสือรับรอง 40 บาท/รายการ, ค่ารับรองสำเนาเอกสารหน้าละ 50 บาท (เช่นเดียวกับกรณีอื่น)​
    ระยะเวลาดำเนินการ: หากเอกสารถูกต้องครบถ้วน การเปลี่ยนที่อยู่จะจดทะเบียนแล้วเสร็จภายใน 1-2 วันทำการ และจะได้รับหนังสือรับรองที่อยู่ใหม่ของบริษัทตามเวลานัดหมายของกรมฯ (มักภายในวันเดียวกันหรือวันรุ่งขึ้น)
     

เพิ่มหรือลดทุนจดทะเบียน

ขั้นตอน (เพิ่มทุน): การเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทต้องได้รับ มติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5 (ทุนจดทะเบียน) โดยระบุจำนวนทุนที่จะเพิ่มและจำนวนหุ้นที่จะออกใหม่ จากนั้นดำเนินการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วน (Rights issue) หรือให้บุคคลเข้ามาจองซื้อหุ้นเพิ่ม (แล้วแต่กรณี) เมื่อได้รายชื่อผู้ถือหุ้นที่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนครบถ้วน บริษัทจึงยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันหลังมติอนุมัติเพิ่มทุน โดยจะต้องแจ้ง ทุนจดทะเบียนใหม่และทุนที่ชำระแล้ว ในแบบจดทะเบียนให้ครบถ้วน (ทุนจดทะเบียนเพิ่มจะสมบูรณ์เมื่อมีการชำระค่าหุ้นตามกฎหมายกำหนดอย่างน้อย 25% ของหุ้นเพิ่มทุนที่ออก)
ขั้นตอน (ลดทุน): การลดทุนจดทะเบียนบริษัทก็ต้องใช้ มติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในการอนุมัติลดทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน) เช่นกัน ทั้งนี้ ขั้นตอนการลดทุนจะมี 2 ระยะ คือ (1) จดทะเบียนมติพิเศษลดทุน และ (2) จดทะเบียนลดทุนครั้งสุดท้ายหลังดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วน โดยภายหลังที่ประชุมมีมติให้ลดทุน บริษัท

ต้องประกาศโฆษณาการลดทุนในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อย 1 ครั้งภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีมติ และจัดส่งหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหนี้ของบริษัททุกราย เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้คัดค้านภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง​

หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วไม่มีเจ้าหนี้คัดค้าน หรือดำเนินการชำระหนี้/ประกันหนี้ที่มีการคัดค้านเสร็จสิ้น บริษัทจึงยื่นจดทะเบียนลดทุน (ขั้นตอนสุดท้าย) และได้รับการรับรองทุนจดทะเบียนใหม่ที่ลดลง

เอกสารที่ต้องใช้ (ทั้งเพิ่มและลดทุน)

  • แบบคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (บอจ.1)

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด

  • แบบ บอจ.4 (รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม/มติพิเศษ) ระบุรายละเอียดมติการเพิ่มหรือลดทุน

  • สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ที่มีมติพิเศษอนุมัติให้เพิ่มหรือลดทุน

  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับใหม่ (กรณีเพิ่มทุน ต้องแสดงรายชื่อผู้ถือหุ้นและจำนวนหุ้นหลังเพิ่มทุน; กรณีลดทุน ต้องแสดงจำนวนหุ้นใหม่หลังลดทุน)

  • หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขข้อ 5 (ทุนจดทะเบียน) (ปิดอากรแสตมป์ 50 บาท)

  • กรณีลดทุน: หลักฐานการลงโฆษณาหนังสือพิมพ์ และ สำเนาหนังสือแจ้งเจ้าหนี้ รวมถึงหลักฐานการส่งจดหมายลงทะเบียนถึงเจ้าหนี้ (เพื่อยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมายแล้ว)

  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้ยื่นคำขอ และ หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนแก้ไขทุน (ไม่ว่าจะเพิ่มหรือลด) 500 บาทต่อครั้ง เช่นเดียวกับการแก้ไขข้อบังคับอื่น ๆ​  นอกจากนี้ หากมีการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ในการออกหุ้น (0.1% ของมูลค่าที่เพิ่ม) แยกต่างหากตามประมวลรัษฎากร (ชำระที่กรมสรรพากร) แต่สำหรับค่าธรรมเนียมที่กรมพัฒนาธุรกิจฯ จะคิดเพียงค่าจดทะเบียนและค่าหนังสือรับรอง/สำเนาเอกสารมาตรฐานเท่านั้น
    ระยะเวลาดำเนินการ:

  • เพิ่มทุน: ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการ หลังยื่นเรื่องในการจดทะเบียนเพิ่มทุนและออกหนังสือรับรองทุนใหม่ (ทั้งนี้บริษัทต้องเตรียมการภายในสำหรับการขายหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งเวลาในส่วนนั้นขึ้นอยู่กับการจัดการของ     บริษัทเอง)

  • ลดทุน: เนื่องจากต้องมีช่วงเวลารอคัดค้านเจ้าหนี้ 30 วัน การลดทุนจนเสร็จสิ้นจะใช้เวลารวมประมาณ 1 – 2 เดือน (รวมขั้นตอนประกาศหนังสือพิมพ์ รอระยะคัดค้าน และการยื่นจดทะเบียนขั้นสุดท้าย) โดยการยื่นจดทะเบียนแต่ละครั้ง (ขั้นตอนที่ 1: มติลดทุน และ ขั้นตอนที่ 2: ลดทุนจริง) มักใช้เวลา 1-3 วันทำการในการรับรองผลเช่นเดียวกับกรณีอื่น ๆ
     

เปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่น ๆ ในหนังสือรับรอง

ขั้นตอน: รายการอื่น ๆ ในหนังสือรับรองบริษัทที่อาจมีการแก้ไข เช่น ตราสำคัญของบริษัท (ตราประทับนิติบุคคล), การเปิดหรือยกเลิกสาขาของบริษัท, หรือ การแก้ไขข้อมูลทั่วไป/แก้ไขข้อผิดพลาดในการจดทะเบียน (เช่น การสะกดชื่อกรรมการผิด, กรรมการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อหรือนามสกุล ฯลฯ) สามารถดำเนินการดังนี้

  • ตราสำคัญ: หากเปลี่ยนแปลงตราสำคัญของบริษัทที่ได้จดทะเบียนไว้ (เช่น เปลี่ยนโลโก้ตรายาง) และตรานั้นมีชื่อบริษัทประกอบอยู่ จะต้องจดทะเบียนแจ้งการเปลี่ยนตราสำคัญต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย โดยสามารถระบุ รายการแก้ไขตราสำคัญ รวมไปกับคำขอจดทะเบียนแก้ไขชื่อหรือรายการอื่น (ถ้ามี) หรือยื่นคำขอแยกต่างหากก็ได้​  (ขั้นตอนและเอกสารคล้ายกับการแก้ไขชื่อ/วัตถุประสงค์)

  • เพิ่ม/ปิดสาขา: กรณีเปิดสาขาใหม่หรือยกเลิกสาขาที่จดทะเบียนไว้ บริษัทต้องยื่นจดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงานเช่นเดียวกับกรณีย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (แต่ระบุเป็นการเพิ่มหรือลดสาขาแทน) ซึ่งใช้เอกสารและค่าธรรมเนียมแบบเดียวกับการเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหญ่​

  • แก้ไขข้อมูลทั่วไปหรือข้อผิดพลาด: หากเป็นการแก้ไขข้อมูลเล็กน้อย เช่น คำนำหน้าชื่อหรือชื่อตัว/ชื่อสกุลของกรรมการ/ผู้ถือหุ้นที่เปลี่ยนไป (เช่น แต่งงานเปลี่ยนนามสกุล) หรือแก้ไขตัวสะกดที่เคยพิมพ์ผิด ในกรณีนี้สามารถทำหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการในทะเบียนได้ โดยแนบหลักฐานการเปลี่ยนแปลง (เช่น สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล) และหนังสือรับรองบริษัทฉบับปัจจุบัน โดยไม่ต้องประชุมผู้ถือหุ้น จากนั้นนายทะเบียนจะดำเนินการแก้ไขข้อมูลและออกหนังสือรับรองฉบับใหม่ให้

เอกสารที่ต้องใช้ 

  • แบบคำขอจดทะเบียน (บอจ.1) และแบบคำรับรองการจดทะเบียน

  • แบบ บอจ.4 (รายการแก้ไขเพิ่มเติม) ระบุรายละเอียดการแก้ไขรายการนั้น ๆ

  • หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่แก้ไข: เช่น สำเนาคำสั่ง/หนังสือแต่งตั้งผู้รับผิดชอบสาขา (กรณีเปิดสาขาใหม่), หนังสือรับรองการจองชื่อ (กรณีแก้ไขชื่อสาขาที่ตั้งใหม่), สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (กรณีกรรมการเปลี่ยนชื่อ) เป็นต้น

  • หนังสือรับรองบริษัทฉบับเดิม และเอกสารแนบที่มีข้อมูลเดิม

  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้ยื่นคำขอ และหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: การแก้ไขรายการทั่วไปมักคิดค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อครั้ง เช่นเดียวกับการแก้ไขอื่น ๆ (ยกเว้นกรณีเป็นเพียงการแจ้งแก้ไขเล็กน้อยที่ไม่ใช่การแก้ไขข้อสำคัญ อาจไม่มีค่าธรรมเนียม 500 แต่มีค่าออกหนังสือรับรองใหม่ 40 บาทต่อรายการ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายทะเบียนและประเภทการแก้ไข
    ระยะเวลาดำเนินการ: การแก้ไขรายการอื่น ๆ ที่ไม่มีความซับซ้อน ส่วนใหญ่จะดำเนินการแล้วเสร็จ ภายใน 1 วันทำการ หรือได้รับเอกสารใหม่ทันทีในวันยื่นเรื่องหรือวันถัดไป

(หมายเหตุ: สำหรับบริษัทจำกัด ผู้ขอจดทะเบียนแก้ไขจะต้องเป็นกรรมการที่มีอำนาจลงนามของบริษัทลงชื่อในคำขอ หรือมอบอำนาจให้ตัวแทนมายื่นแทนได้ และสำเนาเอกสารทุกฉบับต้องมีการรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจอย่างน้อยหนึ่งคน)

ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership)

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกับบริษัทจำกัด แต่ขั้นตอนทางกฎหมายจะง่ายกว่าเล็กน้อย เพราะห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก การตัดสินใจสำคัญทำโดย

หุ้นส่วนผู้จัดการ และ/หรือ หุ้นส่วนทั้งหมด ของกิจการ โดยทั่วไปการแก้ไขจะต้องได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนตามสัญญาห้างหุ้นส่วน (ซึ่งมักต้องได้รับความเห็นชอบจากหุ้นส่วนทุกคนหรือเสียงข้างมากแล้วแต่กรณี) และต้องยื่น

จดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับบริษัท

เปลี่ยนชื่อห้างหุ้นส่วน

เอกสารที่ต้องใช้ 

  • คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน (แบบ หส.1 หรือแบบฟอร์มที่กรมฯ กำหนด) ระบุชื่อห้างหุ้นส่วนใหม่ที่ต้องการ

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน (ลงนามโดยหุ้นส่วนผู้จัดการทุกคน)

  • แบบรายการแก้ไขรายการจดทะเบียน (คล้ายแบบ บอจ.4 แต่สำหรับห้างหุ้นส่วน) ระบุการแก้ไขชื่อ

  • ใบจองชื่อห้างหุ้นส่วน ที่ได้รับอนุมัติ (ยังไม่หมดอายุ)

  • สำเนาบัญชีรายชื่อหุ้นส่วน (ที่แสดงรายชื่อหุ้นส่วนก่อนและหลังการเปลี่ยนชื่อ เผื่อใช้เป็นหลักฐานว่าโครงสร้างหุ้นส่วนยังคงเดิม)

  • สำเนาหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฉบับเดิม และ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม/ทะเบียนภาษีธุรกิจ (ถ้ามี)

  • สำเนาบัตรประชาชนของหุ้นส่วนผู้จัดการที่ลงนามยื่นคำขอ และ หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนแก้ไขชื่อห้างหุ้นส่วน ประมาณ 400 บาท ต่อครั้ง​
    (ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมของบริษัทเล็กน้อย) และมีค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรองนิติบุคคล 40 บาท/รายการ เช่นเดียวกับบริษัท (โดยหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนจะมีข้อมูลรายการต่าง ๆ ที่คิดค่าธรรมเนียมรายการละ 40 บาทคล้ายกัน)

    ระยะเวลาดำเนินการ: ประมาณ 1-2 วันทำการ ในการตรวจสอบอนุมัติคำขอและออกหนังสือรับรองชื่อใหม่ของห้างหุ้นส่วน (หากเอกสารถูกต้องครบถ้วน)

เปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการหรืออำนาจลงนาม

ขั้นตอน: หากมีการเปลี่ยนตัว หุ้นส่วนผู้จัดการ (ผู้มีอำนาจดำเนินกิจการแทนห้างหุ้นส่วน) หรือต้องการแก้ไขเงื่อนไข อำนาจลงนาม ของหุ้นส่วนผู้จัดการ (เช่น จากเดิมให้หุ้นส่วนคนเดียวลงนาม เปลี่ยนเป็นต้องสองคนร่วมลงนาม เป็นต้น) ให้ดำเนินการตามข้อตกลงในสัญญาห้างหุ้นส่วน เช่น ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในหมู่หุ้นส่วน หรือประชุมหุ้นส่วน (ถ้ามีข้อตกลง) แล้วจึงยื่นจดทะเบียนต่อกรมฯ ภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

เอกสารที่ต้องใช้ 

  • คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน (แบบฟอร์มที่กำหนด)

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน (ลงนามโดยหุ้นส่วนผู้จัดการที่ยังคงอยู่และหุ้นส่วนผู้จัดการใหม่)

  • แบบรายการแก้ไขจดทะเบียน ระบุการเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการ/อำนาจลงนาม

  • แบบรายละเอียดข้อมูลหุ้นส่วนผู้จัดการ (กรณีมีหุ้นส่วนผู้จัดการคนใหม่เพิ่มเข้ามา ให้กรอกประวัติและข้อมูลส่วนตัวของบุคคลนั้น)

  • สำเนาบัตรประชาชนของหุ้นส่วนผู้จัดการใหม่ ทุกคน (ถ้ามีการแต่งตั้งเพิ่ม)

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ลงนามยื่นคำขอ (ซึ่งควรเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการปัจจุบัน)

  • สำเนาใบมรณบัตร (กรณีหุ้นส่วนผู้จัดการเดิมถึงแก่กรรม) หรือ คำสั่งศาล (กรณีมีคำสั่งแต่งตั้ง/ปลดโดยศาล)

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบตัวแทนยื่น)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนผู้จัดการหรืออำนาจลงนาม ประมาณ 400 บาทต่อครั้ง (หากมีการเปลี่ยนหุ้นส่วนผู้จัดการหลายคน อาจมีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มในบางกรณี เช่น ค่าธรรมเนียมรายหัวของการเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วน รายละ ~300 บาท** สำหรับแต่ละคนที่เข้า/ออก** ตามประกาศค่าธรรมเนียมของกรมฯ) แต่โดยทั่วไปหากยื่นพร้อมกันในคราวเดียวจะเสียค่าธรรมเนียมเหมาจ่าย 400 บาท และค่าหนังสือรับรอง 40 บาท/รายการเช่นเดียวกับกรณีอื่น
    ระยะเวลาดำเนินการ: ประมาณ 1 วันทำการ ในการจดทะเบียนแก้ไขข้อมูลผู้จัดการ และออกหนังสือรับรองใหม่ที่ระบุรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการและอำนาจลงนามที่แก้ไขแล้ว

เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานหลัก (สำนักงานใหญ่)

ขั้นตอน: การย้ายที่ตั้งสำนักงานหลักของห้างหุ้นส่วนจำกัด

  • ย้ายที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน: สามารถยื่นจดทะเบียนแก้ไขที่อยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องมีมติพิเศษจากหุ้นส่วน (แต่ควรได้รับความยินยอมจากหุ้นส่วนผู้จัดการหรือหุ้นส่วนทั้งหมดก่อน) ขั้นตอนคล้ายกับบริษัทคือกรอกคำขอเปลี่ยนที่อยู่และยื่นต่อกรมฯ ภายใน 14 วัน

  • ย้ายไปจังหวัดอื่น: ต้องมีการแก้ไขสัญญาห้างหุ้นส่วนในส่วนที่ระบุที่ตั้งสำนักงาน (เพราะชื่อจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของชื่อห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนและที่ตั้งหลัก) ซึ่งเท่ากับเป็นการเปลี่ยนชื่อห้างหุ้นส่วนด้วย (จากเดิมลงท้ายชื่อจังหวัดเก่า เป็นชื่อจังหวัดใหม่) ดังนั้นกรณีนี้ให้ดำเนินการ แก้ไขชื่อห้างหุ้นส่วน (เพื่อเปลี่ยนจังหวัดตามชื่อ) ควบคู่ไปกับ การแก้ไขที่ตั้งสำนักงาน ไปยังจังหวัดใหม่พร้อมกัน (สามารถยื่นในชุดเอกสารเดียวกัน)
    เอกสารที่ต้องใช้:

  • คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน (แบบฟอร์มมาตรฐาน)

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • แบบแก้ไขรายการจดทะเบียน ระบุที่อยู่ใหม่ (และชื่อใหม่กรณีย้ายข้ามจังหวัด)

  • แผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ พร้อมรายละเอียดสถานที่ใกล้เคียง (โดยเฉพาะกรณีย้ายที่อยู่ที่ไม่ได้เปลี่ยนจังหวัด ก็ยังควรมีแผนที่ประกอบ)

  • หลักฐานการได้รับอนุญาตหรือความยินยอมในการใช้สถานที่ตั้งใหม่ เช่น สำเนาสัญญาเช่าพื้นที่, หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของอาคาร, หรือใบอนุญาตประกอบกิจการในพื้นที่ (ถ้ามีกฎหมายเฉพาะกำหนด)

  • สำเนาบัตรประชาชนหุ้นส่วนผู้จัดการผู้ยื่นคำขอ และ หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงานของห้างหุ้นส่วน ประมาณ 400 บาท ต่อครั้ง เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมแก้ไขชื่อ/วัตถุประสงค์​ (หากมีการแก้ไขชื่อห้างหุ้นส่วนด้วย กรณีย้ายข้ามจังหวัด จะคิดค่าธรรมเนียมแก้ไขชื่อ 400 บาท และ แก้ไขที่ตั้ง 400 บาท รวม 800 บาท) ส่วนค่าหนังสือรับรองยังคง 40 บาท/รายการ
    ระยะเวลาดำเนินการ: หากเอกสารถูกต้อง การแก้ไขที่อยู่จะแล้วเสร็จและได้รับหนังสือรับรองใหม่ ภายใน 1-2 วันทำการ เช่นเดียวกับบริษัท (กรณียื่นที่กรมฯ กรุงเทพ สนามบินน้ำ อาจรับเอกสารได้ภายในวันเดียวกัน)

แก้ไขวัตถุประสงค์การประกอบธุรกิจ

ขั้นตอน: หากห้างหุ้นส่วนประสงค์จะ เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ (ประเภทธุรกิจที่ทำ) ให้หุ้นส่วนผู้จัดการ/หุ้นส่วนทั้งหมดตกลงร่วมกันถึงวัตถุประสงค์ที่จะแก้ไข จากนั้นยื่นจดทะเบียนแก้ไขต่อกรมฯ ภายใน 14 วัน กระบวนการคล้ายคลึงกับบริษัท เพียงแต่ใช้การตกลงระหว่างหุ้นส่วนแทนมติผู้ถือหุ้น
เอกสารที่ต้องใช้:

  • คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • แบบแก้ไขรายการจดทะเบียน ระบุการแก้ไขวัตถุประสงค์(เพิ่มเติม/ตัดออกประเภทธุรกิจที่ทำ)

  • สำเนาสัญญาห้างหุ้นส่วนฉบับแก้ไข (ถ้าจำเป็น) หรือเอกสารแสดงข้อความวัตถุประสงค์ใหม่ทั้งหมดของห้างหุ้นส่วน

  • รายงาน/บันทึกข้อตกลงการประชุมหุ้นส่วน (ถ้ามีการประชุม) หรือหนังสือความตกลงที่หุ้นส่วนทุกคนลงนามยินยอมในการแก้ไขวัตถุประสงค์

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่นคำขอ (หุ้นส่วนผู้จัดการ) และ หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนแก้ไขวัตถุประสงค์ ประมาณ 400 บาท ต่อครั้ง​
    และค่าหนังสือรับรอง 40 บาท/รายการ (ตามมาตรฐาน)

    ระยะเวลาดำเนินการ: ประมาณ 1-2 วันทำการ หลังยื่นเรื่อง ห้างหุ้นส่วนจะได้รับหนังสือรับรองฉบับใหม่ที่ระบุวัตถุประสงค์ที่แก้ไขแล้ว

เพิ่มหรือลดทุนของห้างหุ้นส่วน

ขั้นตอน: การเพิ่มหรือลด เงินทุนของห้างหุ้นส่วน (หมายถึงเงินลงทุนที่หุ้นส่วนแต่ละคนลงไว้ ซึ่งรวมเป็นทุนจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วน) ให้ดำเนินการตามสัญญาห้างหุ้นส่วนและความยินยอมของหุ้นส่วนทั้งหมด

  • เพิ่มทุน: หุ้นส่วนอาจตกลงให้มีการลงทุนเพิ่มโดยหุ้นส่วนเดิมเพิ่มเงินลงทุนหรือรับหุ้นส่วนใหม่เข้ามาลงทุนเพิ่มเติม จากนั้นยื่นจดทะเบียนแก้ไขจำนวนเงินลงทุนของหุ้นส่วนแต่ละรายและทุนรวมของห้างหุ้นส่วน

  • ลดทุน: หุ้นส่วนอาจตกลงลดจำนวนเงินลงทุน (เช่น กรณีถอนเงินทุนบางส่วนคืนให้หุ้นส่วน หรือมีหุ้นส่วนถอนตัวออกไปและไม่ได้มีผู้อื่นรับช่วงเงินลงทุนส่วนนั้น) ควรจัดทำเป็นหนังสือข้อตกลงการลดทุน พร้อมทั้งพิจารณาสัดส่วนความรับผิดชอบหนี้สินของหุ้นส่วนคงเหลือ แล้วจึงยื่นจดทะเบียนแก้ไขทุนลดลง
    เอกสารที่ต้องใช้:

  • คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • แบบแก้ไขรายการจดทะเบียน ระบุการปรับปรุงทุน (เพิ่มหรือลด พร้อมจำนวนเงินที่เปลี่ยนแปลง)

  • บัญชีรายการลงทุนของหุ้นส่วน ฉบับใหม่(แสดงเงินลงทุนของหุ้นส่วนแต่ละรายหลังเพิ่ม/ลด)

  • สำเนาข้อตกลงหรือรายงานการประชุมหุ้นส่วน ที่อนุมัติการเพิ่ม/ลดทุน ลงนามโดยหุ้นส่วนทั้งหมด

  • หลักฐานการได้รับ/คืนเงินลงทุน (เช่น ใบเสร็จรับเงินลงทุนเพิ่ม หรือหลักฐานการคืนเงินส่วนเกินให้หุ้นส่วนเดิม) – ถ้ามี

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่นคำขอ (หุ้นส่วนผู้จัดการ)
    ค่าธรรมเนียม: การเพิ่มทุน อาจมีค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนที่เพิ่ม (เช่น 100 บาทต่อทุก 100,000 บาทที่เพิ่ม จนถึงสูงสุด 5,000 บาท สำหรับทุนที่สูงมาก ตามกฎกระทรวง) ส่วนการลดทุนค่าธรรมเนียมหลักจะเป็น ค่าจดทะเบียนแก้ไขรายการ 400 บาท เช่นเดียวกับการแก้ไขอื่น ๆ (โดยไม่มีการคืนค่าธรรมเนียมแม้ทุนจะลดลง) และค่าหนังสือรับรอง 40 บาท/รายการตามปกติ
    ระยะเวลาดำเนินการ: ประมาณ 1-3 วันทำการ หลังยื่นคำขอ เมื่อจดทะเบียนแล้วเสร็จจะได้รับหนังสือรับรองทุนใหม่ของห้างหุ้นส่วน

เปลี่ยนแปลงหุ้นส่วน (เพิ่มหรือถอนหุ้นส่วน)

ขั้นตอน: หากมีการ รับหุ้นส่วนใหม่ เข้ามา หรือ หุ้นส่วนเดิมถอนตัวออก จากห้างหุ้นส่วน ต้องดำเนินการแก้ไขสัญญาห้างหุ้นส่วนและความตกลงระหว่างหุ้นส่วนก่อน โดย

  • กรณีเพิ่มหุ้นส่วนใหม่: ให้หุ้นส่วนใหม่ลงนามในสัญญาเข้าเป็นหุ้นส่วน และระบุเงินลงทุนที่นำเข้ามา (กรณีเป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด ให้ระบุสถานะว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกใด – หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด หรือ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด) จากนั้นยื่นจดทะเบียนเพิ่มชื่อหุ้นส่วนและจำนวนเงินลงทุน

  • กรณีถอนหุ้นส่วนเดิม: หากหุ้นส่วนนั้นถอนตัวและได้รับเงินส่วนลงทุนคืน ให้จัดทำหนังสือข้อตกลงการถอนตัวและการชำระเงินคืน (หรือถ้าไม่ได้รับคืนเต็มจำนวนให้ระบุส่วนที่สละสิทธิ์) จากนั้นยื่นจดทะเบียนเพิกถอนชื่อหุ้นส่วนผู้นั้นออกจากทะเบียน
    เอกสารที่ต้องใช้:

  • คำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • แบบแก้ไขรายการจดทะเบียน ระบุการเพิ่มหรือถอนหุ้นส่วน พร้อมรายละเอียด (ชื่อ-นามสกุลหุ้นส่วนที่เพิ่ม/ถอน และทุนที่เกี่ยวข้อง)

  • บัญชีรายชื่อและเงินลงทุนหุ้นส่วน ฉบับใหม่ (หลังการเปลี่ยนแปลง)

  • สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วน หรือ หนังสือข้อตกลงการรับ/ถอนหุ้นส่วน ลงนามโดยหุ้นส่วนทั้งหมดและผู้เข้าร่วม/ผู้ถอนตัว

  • สำเนาบัตรประชาชนของหุ้นส่วนใหม่ (กรณีเพิ่มหุ้นส่วน) หรือหลักฐานการเสียชีวิต (ถ้ามีกรณีหุ้นส่วนถึงแก่กรรม)

  • สำเนาบัตรประชาชนหุ้นส่วนผู้จัดการผู้ยื่นคำขอ

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: การเพิ่ม/ถอนหุ้นส่วนอาจมีการคิดค่าธรรมเนียมแบบ เหมาจ่าย 400 บาทต่อครั้ง หากทำพร้อมกันหลายราย แต่กรณีคิดรายบุคคล ตามกฎกระทรวง: การเพิ่มหรือถอนหุ้นส่วน คิดคนละ 300 บาท (ดังนั้นหากเพิ่มหุ้นส่วนใหม่ 2 คน จะคิด 600 บาท เป็นต้น) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการคิดค่าธรรมเนียมของสำนักงานทะเบียนแต่ละแห่ง อนึ่ง ค่าหนังสือรับรองหลังแก้ไขยังคง 40 บาท/รายการ
    ระยะเวลาดำเนินการ: 1-3 วันทำการ หลังยื่นเรื่อง ขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นส่วนที่เพิ่ม/ถอนและความซับซ้อนในการตรวจสอบเอกสาร (โดยปกติหากไม่ซับซ้อนจะแล้วเสร็จภายใน 1 วัน พร้อมออกหนังสือรับรองรายการหุ้นส่วนชุดใหม่)

เปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่น ๆ ของห้างหุ้นส่วน

ขั้นตอน: ข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจแก้ไข ได้แก่ ตราสำคัญของห้างหุ้นส่วน (ถ้ามีการจดตราไว้), การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในข้อมูลธุรกิจ เช่น แก้ไขข้อผิดพลาดตัวสะกด, เปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือข้อมูลการติดต่อรอง ฯลฯ การดำเนินการคล้ายกับกรณีบริษัทและตามประเภทของรายการ

  • หากแก้ไข ตราสำคัญ หรือข้อมูลที่เคยจดไว้ในทะเบียน (เช่น แก้ไขข้อความในตรายาง) ให้ยื่นคำขอแก้ไขรายการจดทะเบียน ระบุรายละเอียดที่แก้ไข พร้อมแนบหลักฐานตราใหม่ (ถ้ามีภาพตราประทับ)

  • กรณี แก้ไขข้อมูลทั่วไปหรือข้อผิดพลาดเล็กน้อย ให้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนชี้แจงการแก้ไข พร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารราชการที่พิสูจน์ความถูกต้อง แล้วขอให้นายทะเบียนปรับปรุงข้อมูล
    เอกสารที่ต้องใช้:

  • แบบคำขอและแบบคำรับรองฯ เช่นเดียวกับข้างต้น

  • เอกสาร/หลักฐานของรายการที่แก้ไข(เช่น ภาพตราสำคัญใหม่, สำเนาเอกสารที่ถูกต้อง เป็นต้น)

  • หนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนฉบับเดิม

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ยื่นคำขอ
    ค่าธรรมเนียม: โดยมาก 400 บาทต่อครั้ง หากเป็นการแก้ไขรายการที่ต้องออกหนังสือรับรองใหม่ (ค่าธรรมเนียมนี้อาจยกเว้นในบางกรณีเล็กน้อย) และค่าหนังสือรับรองฉบับใหม่ 40 บาท/รายการ
    ระยะเวลาดำเนินการ: ภายใน 1 วันทำการ ในกรณีทั่วไป เนื่องจากข้อมูลอื่น ๆ มักตรวจสอบได้ง่าย นายทะเบียนจะออกหนังสือรับรองที่แก้ไขแล้วได้อย่างรวดเร็ว

(หมายเหตุ: สำหรับการยื่นจดทะเบียนต่าง ๆ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้ลงนามในคำขอต้องเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากหุ้นส่วนผู้จัดการเท่านั้น และสำเนาเอกสารประกอบทุกฉบับควรมีการรับรองความถูกต้องจากหุ้นส่วนผู้จัดการด้วย)

บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์

(Sole Proprietorship – Commercial Registration)

ผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาและได้จดทะเบียนพาณิชย์ (เช่น จดทะเบียนร้านค้า) หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้จดทะเบียนไว้ จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนพาณิชย์ (ซึ่งมักอยู่ที่สำนักงานเขตเทศบาล/อบต. ในท้องที่ที่ประกอบการ หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด) และดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด (ตาม พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499 กำหนดให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน ในหลายกรณี) โดยทั่วไปข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ได้แก่ ชื่อกิจการ สถานที่ประกอบการ และประเภทพาณิชยกิจที่ทำ เป็นต้น

ขั้นตอนการแก้ไขสำหรับทะเบียนพาณิชย์นั้นไม่ซับซ้อนเท่าของนิติบุคคล แต่ยังคงต้องเตรียมเอกสารและเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ดังนี้

เปลี่ยนชื่อกิจการ (ชื่อทางการค้า)

ขั้นตอน: หากเจ้าของกิจการต้องการเปลี่ยน ชื่อร้าน/ชื่อทางการค้า ที่ได้จดทะเบียนไว้ (เช่น เปลี่ยนชื่อร้านใหม่เพื่อเสริมฮวงจุ้ย หรือเปลี่ยนชื่อแบรนด์) ให้กรอกคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนพาณิชย์ ระบุชื่อกิจการเดิมและชื่อใหม่ที่ต้องการเปลี่ยน จากนั้นยื่นคำขอต่อสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่
เอกสารที่ต้องใช้:

  • แบบคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.) ซึ่งกรอกรายการเปลี่ยนชื่อกิจการ

  • ใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับเดิม (ตัวจริง) เพื่อนำไปแก้ไข/ออกฉบับใหม่​
    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของกิจการ​

  • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของกิจการ​

  • หากเจ้าของไม่มาดำเนินการเอง: หนังสือมอบอำนาจติดอากร 10 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบ​

  • (กรณีชื่อใหม่ไม่ใช่ชื่อบุคคล อาจต้องตรวสอบว่าไม่ซ้ำกับรายอื่นในพื้นที่ แต่โดยทั่วไปชื่อร้านซ้ำกันได้หากคนละเจ้าของ/คนละเขต)
    ค่าธรรมเนียม: ค่าจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนพาณิชย์ 20 บาทต่อครั้ง​
    (ถูกกำหนดโดยกฎกระทรวง หากมีการออกใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับใหม่จะรวมอยู่ในค่านี้)
    ระยะเวลาดำเนินการ: ภายในวันเดียวกัน ที่ยื่นคำขอ (โดยมากเจ้าหน้าที่จะปรับปรุงข้อมูลและออกใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับใหม่ให้ได้ทันทีหากเอกสารครบ) หรืออย่างช้าไม่เกิน 1-2 วันทำการ

เปลี่ยนที่ตั้งสถานประกอบการ

ขั้นตอน: หากมีการ ย้ายสถานที่ประกอบการ (ย้ายที่ตั้งร้านหรือสำนักงาน) ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในทะเบียนพาณิชย์

  1. กรณีย้ายภายในเขต/ท้องที่เดิม: ให้ยื่นคำขอเปลี่ยนที่อยู่ พร้อมทั้งหลักฐานสถานที่ใหม่

  2. กรณีย้ายไปต่างเขตเทศบาล/อบต.: อาจต้องยื่นยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ที่เก่าและจดทะเบียนใหม่ในที่ตั้งเขตใหม่ (ขึ้นอยู่กับระเบียบท้องถิ่น) แต่ในหลายกรณีสามารถแจ้งย้ายข้ามเขตได้โดยออกใบทะเบียนใหม่ที่ระบุเขตที่ตั้งใหม่

        เอกสารที่ต้องใช้:

  • แบบคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงฯ (ระบุที่อยู่ใหม่)

  • ใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับเดิม

  • สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของกิจการ (เพื่อยืนยันตัวตนและที่อยู่ของเจ้าของ)

  • หลักฐานสถานที่ตั้งใหม่: เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของอาคารสถานที่ตั้งใหม่, หนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่/สัญญาเช่า ที่ตั้งใหม่ (กรณีเช่าพื้นที่หรือสถานที่ไม่ได้เป็นของเจ้าของกิจการ)​

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการ)
    ค่าธรรมเนียม: 20 บาทต่อครั้ง ในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง (เช่นเดียวกับกรณีอื่น ๆ)​
    ระยะเวลาดำเนินการ: ทันทีหรือภายใน 1 วัน ที่ทำการ หลังยื่นเรื่อง เจ้าหน้าที่จะออกใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับใหม่ที่มีที่อยู่แก้ไขแล้วให้ผู้ขอ

เปลี่ยนแปลงลักษณะ/ประเภทธุรกิจ (วัตถุประสงค์การค้าพาณิชย์)

ขั้นตอน: หากกิจการมีการเปลี่ยนแปลง ประเภทธุรกิจที่ทำ เช่น เพิ่มสินค้าหรือบริการใหม่ที่ต่างจากที่แจ้งไว้เดิม หรือลดประเภทการค้าเดิมบางอย่าง ให้ยื่นแจ้งแก้ไขวัตถุประสงค์/ลักษณะการค้าในทะเบียนพาณิชย์

  • หากเป็นการเพิ่มประเภทกิจการ: ให้ระบุประเภทพาณิชยกิจเพิ่มเติมที่ต้องการลงทะเบียน (เช่น เดิมขายปลีก เพิ่มบริการออนไลน์ เป็นต้น)

  • หากเป็นการลดหรืองดประเภทกิจการ: ให้ระบุว่าจะเลิกประกอบพาณิชยกิจประเภทใด
    เอกสารที่ต้องใช้:

  • แบบคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงฯ (ระบุรายละเอียดการแก้ไขประเภทธุรกิจที่ประกอบ)

  • ใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับเดิม

  • สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของกิจการ

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

  • (กรณีที่กิจการใหม่ที่เพิ่มเข้ามาต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ เช่น ค้าของเก่าต้องมีใบอนุญาต เป็นต้น ควรแนบสำเนาใบอนุญาตดังกล่าวด้วย)
    ค่าธรรมเนียม: 20 บาท ต่อการแก้ไขรายการ (ตามอัตราค่าธรรมเนียมทะเบียนพาณิชย์มาตรฐาน)​
    ระยะเวลาดำเนินการ: ส่วนใหญ่จะดำเนินการ ได้ทันทีภายในวันที่ยื่นเรื่อง และออกใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับใหม่ที่มีการแก้ไขวัตถุประสงค์/ประเภทธุรกิจแล้ว

เปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่น ๆ ในหนังสือทะเบียนพาณิชย์

ขั้นตอน: รวมถึงการแก้ไขข้อมูลอื่นใดที่ปรากฏในหนังสือทะเบียนพาณิชย์ เช่น เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลของเจ้าของกิจการ (กรณีเจ้าของเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล), แก้ไขข้อผิดพลาดในการพิมพ์ หรือ ปรับปรุงข้อมูลการติดต่อ เป็นต้น สามารถดำเนินการโดยการยื่นคำขอแก้ไขรายการพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
เอกสารที่ต้องใช้:

  • แบบคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงฯ ระบุรายละเอียดรายการที่แก้ไข

  • ใบทะเบียนพาณิชย์ฉบับเดิม

  • สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนแปลง (เช่น สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล กรณีเจ้าของกิจการเปลี่ยนชื่อ, หรือหลักฐานเอกสารทางราชการที่สะกดชื่อถูกต้อง กรณีแก้ไขตัวสะกด)

  • สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของกิจการ

  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
    ค่าธรรมเนียม: หากเป็นการแก้ไขทั่วไป จะเสียค่าธรรมเนียม 20 บาท ต่อครั้งเช่นเดียวกัน​
    (กรณีขอใบแทนทะเบียนที่ชำรุดหรือสูญหาย คิด 30 บาท)

    ระยะเวลาดำเนินการ: รวดเร็วภายในวันเดียวกัน – เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จะตรวจและปรับปรุงให้ทันทีและออกทะเบียนพาณิชย์ที่แก้ไขแล้วให้ผู้ขอ

(หมายเหตุ: การจดทะเบียนพาณิชย์กระทำ ณ ที่ว่าการเขต/เทศบาล หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด แล้วแต่พื้นที่

เอกสารทุกฉบับให้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องโดยเจ้าของกิจการ และหากมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบด้วย​)

สรุป: โดยสังเขป การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลจดทะเบียนของกิจการในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือกิจการเจ้าของคนเดียวที่จดทะเบียนพาณิชย์ ล้วนมีขั้นตอนหลักคล้ายกันคือ เตรียมมติ/ความยินยอมการเปลี่ยนแปลง, จัดทำเอกสารคำขอพร้อมหลักฐาน, ยื่นต่อหน่วยงานทะเบียนที่รับผิดชอบ, ชำระค่าธรรมเนียม, และ

รอรับเอกสารฉบับแก้ไข ซึ่งระยะเวลาดำเนินการโดยเฉลี่ยถือว่าสั้น (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1-3 วันทำการ หรือเร็วกว่านั้นสำหรับทะเบียนพาณิชย์) หากปฏิบัติตามขั้นตอนและยื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น.

Logo Kiririn legal Service-02.png

ที่อยู่ : สำนักงานใหญ่ บริษัท คิริริน จำกัด

338,340 ถนน สวนสยาม แขวงคันนายาว คันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230

หากยังไม่พบบริการที่คุณต้องการ

ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทาง
ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

bottom of page